ตามปกติแล้ว ทุกวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ของปี ชาวจีนจะถือว่าวันนี้คือวันขึ้นปีใหม่ ทั่วโลกต่างรู้จักกันในชื่อ วันตรุษจีน

วันตรุษจีนนั้น เป็นเทศกาลสำคัญของชาวจีน เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน เป็นวันเริ่มต้นใหม่ ทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นที่ดี ดังนั้นชาวจีนจึงให้ความสำคัญกับวันนี้มาก ในทุกๆ ปีนั้น วันสำคัญอย่างนี้จะตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และจะมีเทศกาลสำคัญต่างๆ มากมาย เมื่อชาวจีนขยายอาณาเขตที่อยู่อาศัย ชาวโลกก็ได้รับอิทธิพลตามไปด้วย ไม่เว้นแม้แต่ประชาชนชาวไทยที่มีเชื้อสายจีน ก็จะมีการปฏิบัติตามประเพณีกันอยู่ 3 วัน ได้แก่ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว

วันตรุษจีนต้องทำอะไรบ้าง

วันนี้จะมีการปฏิบัติตามประเพณีกันอยู่ 3 วัน คือ

  1. วันจ่าย : ตรงกับวันที่ 30 มกราคม
  2. วันไหว้ : ตรงกับวันที่ 31 มกราคม
  3. วันเที่ยว : ตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์
1 กุมภาพันธ์ วันตรุษจีนปีนี้

วันจ่ายในวันตรุษจีนคืออะไร ต้องทำอะไรบ้าง

วันจ่ายในความหมายของตรุษจีนนั้น คือ “วันตื่อเล็ก” ซึ่งเป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปหาซื้ออาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ มาเตรียมพร้อมไว้ ก่อนที่ร้านค้าต่าง ๆ จะหยุดยาวในช่วงวันตรุษจีน ซึ่งจะตรงกับวันก่อนวันสิ้นปี และในวันจ่ายนี้ จะมีการทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่

ซึ่งเป็นข้อที่ทุกคนต้องทำ และทำให้เรียบร้อยไม่รกรุกรังด้วย เพราะเชื่อกันว่า การทำความสะอาดนั้นเป็นการปัดเป่าสิ่งไม่ดีของปีเก่าออกไป พร้อมต้อนรับสิ่งดี ๆ ของปีใหม่เข้าบ้าน การทำความสะอาดนี้จะต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนถึงวันตรุษจีน ตามความเชื่อถือกันว่า เมื่อเทพเจ้าลงมาให้พรในวันปีใหม่ (วันตรุษจีน) หากมีการปัดฝุ่นหรือทำความสะอาดในวันนี้ จะหมายถึงการปัดเป่าเอาโชคดีที่เทพเจ้าฝากไว้ให้ออกไปจากบ้าน

และสำหรับวันจ่ายนี้ ก็จะมีการตกแต่งบ้านให้สวยงาม ด้วยของที่มีสีมงคลอย่าง สีแดง หรือ สีทอง เช่น โคมไฟ หรือกระดาษฟู เพราะเชื่อว่าเป็นการเสริมความมงคลและขับไล่สิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ ออกไป แถมเป็นการขอพรให้อายุยืนยาว ร่ำรวยเงินทอง และชีวิตดีมีความสุขอีกด้วย

วันไหว้ในวันตรุษจีนคืออะไร มีพิธีการอย่างไร

วันไหว้ตรุษจีนนั้น ถือเป็นวันสิ้นปี และเป็นวันที่ทุกคนจะต้องทำการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ ด้วยอาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ ที่ซื้อเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ วันไหว้นั้นจะตรงกับวันสิ้นปีพอดี

อาหารในพิธีไหว้เทพเจ้าในวันตรุษจีน

สำหรับอาหารและเครื่องเซ่นไหว้ เพื่อไหว้เทพเจ้าในวันตรุษจีนนั้น ควรเน้นอาหารและของกินที่มีความหมายมงคล อีกทั้งควรเตรียมให้มีปริมาณเพียงพอต่อการไหว้ในทุก ๆ รอบ (ช่วงเช้ามืด ช่วงสาย และช่วงบ่าย) แบ่งเป็นเนื้อสัตว์ อาหารคาว ขนมหวาน ผลไม้ อย่างละ 3 (ซาแซ) หรือ 5 (โหวงแซ) อย่าง พร้อมด้วยเหล้าจีน น้ำชา ข้าวสวย และกระดาษเงินกระดาษทองแบบต่าง ๆ

อาหารประเภทเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เช่น หมูสามชั้นต้ม, ไก่ต้ม, เป็ดต้ม, ปลานึ่ง, ปลาหมึกแห้ง และไข่ต้ม (ย้อมเปลือกสีแดงยิ่งดี) ควรมีเนื้อสัตว์ครบ 3 ประเภท คือ สัตว์มีกีบที่เท้า สัตว์มีปีก และสัตว์มีครีบ

อาหารคาวที่ควรมีในวันไหว้เทพเจ้า เช่น ผัดเส้นหมี่ซั่ว, ปลาเก๋านึ่ง, บะกุ๊ดเต๋, เห็ดหอมเป๋าฮื้อน้ำแดง, กุ้งอบวุ้นเส้น, เป็ดพะโล้ หรือเป็นกับข้าวที่บรรพบุรุษชอบกิน นิยมจัดให้มีเมนูแบบน้ำอย่างน้อย 1 เมนู

ขนมไหว้ตรุษจีน เช่น ฮวกก้วย (ขนมถ้วยฟู), คักท้อก้วย (ขนมกู๋ช่าย), ขนมจันอับ, ขนมสาลี่, ขนมไข่, ถั่วตัด, หมั่วโถว, ซาลาเปา, ขนมเข่ง และขนมเทียน

ผลไม้ที่มีความหมายมงคล เช่น ส้ม, กล้วย, สับปะรด, องุ่น, แอปเปิล, ทับทิม, สาลี่, และแก้วมังกร ไม่ควรใช้ผลไม้ที่มียาง มีหนาม และมีสีดำ

เครื่องดื่มไหว้ตรุษจีน เช่น น้ำชาหรือเหล้าจีน จำนวนถ้วยตามจำนวนบรรพบุรุษที่ล่วงลับไป

ข้าวสวยใส่ชามพร้อมตะเกียบ จำนวนชุดตามจำนวนบรรพบุรุษที่ล่วงลับไป

เครื่องไหว้อื่น ๆ เช่น กระดาษเงิน, กระดาษทอง, ธูป (จำนวนธูปไหว้คนละ 3 ดอก), อ่วงแซจี๊ (ใบเบิกทางให้บรรพบุรุษมารับของไหว้), อิมกังจัวยี่ (แบงก์กงเต็ก) และเสื้อกระดาษกงเต็ก

1 กุมภาพันธ์ วันตรุษจีนปีนี้

ขั้นตอนพิธีการไหว้ตรุษจีน

ตามหลักจะแบ่งลำดับการไหว้ออกเป็น 3 ช่วงเวลา คือ

  • ไหว้เทพเจ้าช่วงเช้ามืด (ช่วง 6.00 น. – 7.00 น.) : ไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ ด้วยเครื่องไหว้ที่เป็นเนื้อสัตว์ 3 หรือ 5 อย่าง เช่น หมูสามชั้นต้ม, ไก่ต้ม และเป็ดต้ม พร้อมด้วยเหล้าจีนหรือน้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง
  • ไหว้บรรพบุรุษช่วงสาย (ช่วง 10.00 น. – 11.00 น.) : ไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยเนื้อสัตว์ กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ เครื่องดื่ม รวมถึงเผากระดาษเงิน กระดาษทอง อ่วงแซจี๊ อิมกังจัวยี่ และเสื้อกระดาษกงเต็กให้กับบรรพบุรุษ *ขั้นตอนนี้ไม่ควรทำเกินเที่ยงวัน หลังจากไหว้บรรพบุรุษ เมื่อธูปดับจนหมด ก็จะเริ่มนำของไหว้มารับประทานร่วมกันทั้งครอบครัว พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนอั่งเปากัน
  • ไหว้ผีไร้ญาติช่วงบ่าย (ช่วง 14.00 น. – 16.00 น.) : ไหว้ผีไร้ญาติ ด้วยข้าวสวย กับข้าว และขนมหวาน เช่น ขนมเข่ง ขนมเทียน พร้อมทั้งกระดาษเงินและกระดาษทอง เมื่อไหว้เสร็จแล้วให้จุดประทัดเป็นอันจบพิธี เพื่อเป็นการปัดเป่าไล่สิ่งชั่วร้ายออกไป

นอกจากนี้ยังมี การไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ช่วง 23.00 น. ของวันที่ 31 มกราคม – 5.00 น. ของวันตรุษจีน) : เพื่อเป็นการขอโชคขอลาภในโอกาสที่ “เทพไฉ่ซิงเอี้ย” จะได้ลงมา ซึ่งเกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง โดยสำหรับปีนี้ ควรตั้งโต๊ะไหว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเชื่อว่าองค์ท่านจะเดินทางมาประทับจากทิศดังกล่าว

และสำหรับวันไหว้ในวันตรุษจีนนี้ คนเชื้อสายจีนจะต้องห้ามกวาดบ้านหรือทำกิจกรรมใดๆ จนกว่าจะเสร็จพิธี เรียกว่า วันนี้ทั้งวันจะง่วนอยู่กับพิธีการไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษอย่างเดียว

วันเที่ยวตรุษจีน ต้องทำอย่างไร

ในวันเที่ยว จะถือว่าเป็นวันปีใหม่ หรือวันตรุษจีน สำหรับวันนี้ในความเชื่อของคนเชื้อสายจีนคือจะเป็นวันที่ทุกคนต้องแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม พากันออกไปท่องเที่ยว และไปไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ พร้อมทั้งถือเคล็ดต่าง ๆ ตามธรรมเนียม เช่น งดทำบาป ไม่ด่าทอ ไม่พูดคำหยาบ และไม่คิดร้ายต่อกัน เพื่อความเป็นสิริมงคล

และสำหรับวันตรุษจีนที่ตรงกับวันเที่ยวนี่แหละ นอกจากจะเป็นสิ่งที่คนเชื้อสายจีนทั้งหลายรอคอยกันแล้ว ในวันดังกล่าวจะเป็นวันที่จะได้พบญาติพี่น้อง และคนในตระกูลอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกด้วย โดยเฉพาะประเพณีการให้ “อั่งเปา” ของญาติผู้ใหญ่ที่จะนำมามอบให้แก่เด็กๆ

1 กุมภาพันธ์ วันตรุษจีนปีนี้

อั่งเปาคืออะไร สำคัญอย่างไรในวันตรุษจีน

อย่างที่บอกว่า วันตรุษจีน นอกจากจะเป็นวันสำคัญสำหรับชาวจีนแล้ว ยังเป็นวันที่ได้พบปะญาติพี่น้อง ดังนั้น ผู้ที่อาวุโสทั้งหลายก็จะเตรียมของขวัญมาต้อนรับการกลับมาของบรรดาลูกหลาน และ “อั่งเปา” ก็ถือเป็นการรวมคำสองคำเข้าด้วยกันคือ อั่ง = แดง เปา = กระเป๋า หรือซอง เมื่อรวมกันจึงเป็น ซองสีแดง

สรุปสั้นๆ ก็คือ อั่งเปา ถือเป็นเงินของขวัญที่มีการให้และรับในวัฒนธรรมจีนแก่บรรดาลูกหลาน เพื่อเป็นการรับขวัญที่ได้กลับมาพบกับญาติผู้ใหญ่อีกครั้ง และสาเหตุที่เป็นสีแดง ก็เพราะชาวจีนเชื่อว่าสีแดงเป็นสีมงคล บนซองอั่งเปามักจะปรากฏอักษรจีนมงคล ที่มีความหมายสื่อถึงความสุข ความร่ำรวย และอายุยืนยาว อีกด้วย

อั่งเปาตั่วตั่วไก๊ ที่เราได้ยินกันบ่อยในวันตรุษจีน แปลว่า ขออั่งเปาอีกเยอะๆ

ข้อห้ามในวันตรุษจีนมีอะไรบ้าง

  1. ห้ามร้องไห้ โดยเชื่อว่า หากร้องไห้ในวันตรุษจีน จะมีเรื่องให้ต้องร้องไห้ตลอดทั้งปี
  2. ห้ามพูดสิ่งไม่ดี เช่น คำหยาบคาย คำโกหก เชื่อว่าจะนำพาสิ่งไม่ดีเข้ามาตลอดปี
  3. ห้ามยืมเงินและให้ยืมเงิน เชื่อว่า “ผู้ที่ยืมเงิน” จะต้องเป็นหนี้เป็นสินไปตลอด ส่วน “ผู้ที่ให้ยืมเงิน” ก็จะมีคนเข้ามาขอยืมอยู่เรื่อย
  4. ห้ามทะเลาะวิวาท เชื่อว่า จะเป็นการนำพาแต่สิ่งไม่ดีมาให้
  5. ห้ามเข้าห้องนอนหรือปลุกคนอื่น เชื่อกันว่า จะนำพาโชคร้ายมาให้
  6. ห้ามสระผมและตัดผม เชื่อว่า จะเป็นการชำระล้างหรือตัดความมั่งคั่งออกไป
  7. ห้ามซื้อรองเท้าใหม่ เชื่อกันว่า จะมีเรื่องให้ถอนหายใจไปตลอดปี
  8. ห้ามใส่เสื้อผ้าสีดำ เชื่อว่า จะทำให้โชคร้ายไปตลอดทั้งปี
  9. ห้ามทำความสะอาดบ้าน เชื่อว่า จะเป็นการนำโชคลาภที่ได้รับมาออกไปจากบ้าน
  10. ห้ามใช้ของมีคม ไม่ว่าจะมีดหรือกรรไกร เพราะเชื่อกันว่าเป็นการตัดเอาสิ่งดีๆ ออกไปจากชีวิต

สำหรับกิจกรรมในวันตรุษจีนหลักๆ แล้วก็มีเพียงเท่านี้ อาจมีแยกย่อยออกไปตามแต่ละท้องถิ่น ซึ่งถ้าผู้เขียนมีเวลาจะเข้ามาเพิ่มเติมเนื้อหาที่ตกหล่นให้ในภายหลัง ชอบก็แชร์กันเยอะๆ นะ ปีนี้ก็ขอให้ได้อั่งเปากันเยอะๆ ด้วย

คลังฐานข้อมูลการเกษตร

คลังฐานข้อมูล นี้ รวมข้อมูลพันธุ์พืช สัตว์ และข้อมูลเกี่ยวกับการทำเกษตรที่ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต พันธุ์สัตว์ มีทั้งสัตว์ป่า สัตว์เลี้ยง และสัตว์เศรษฐกิจ รวมไปถึงข้อมูลการทำเกษตรในระบบต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้และใช้ชีวิตให้รอดในยุคปัจจุบัน

รวมข้อมูลพันธุ์พืช

พันธุ์พืช

เช่น พืชสวนพืชไร่, พันธุ์ไม้ยืนต้น, ผลไม้, ผักสวนครัว, พืชสมุนไพร, ข้าวไทย, พืชเศรษฐกิจ

รวมข้อมูลพันธุ์สัตว์

พันธุ์สัตว์

เช่น สัตว์น้ำ, สัตว์บก, สัตว์ปีก, สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ, สัตว์เลื้อยคลาน

ข้อมูลการทำเกษตร

การทำเกษตร

เนื้อหาเกี่ยวกับ แมลงศัตรูพืช, ดินและปุ๋ย, โรคพืช, โรคสัตว์ ฯลฯ