แนะการเลี้ยงหมูหลัง...
 
Notifications
Clear all

แนะการเลี้ยงหมูหลังกำจัดหมูเป็นโรค ASF หมดแล้วทำอย่างไร


นายฟองเบียร์
Posts: 75
Admin
Topic starter
(@admin)
Member
Joined: 6 months ago

ปศุสัตว์ แนะเกษตรกรเร่งรีเซ็ตระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในสุกร GFM- GAP ก่อนลุยเลี้ยงรอบใหม่ พร้อมหนุนสินเชื่อช่วยเต็มที่ หวังฟื้นฟูเกษตรกร ปั๊มหมูเข้าระบบ

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา จากสถานการณ์ราคาหมูเนื้อแดงชำแหละที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง จนถึงระดับ กก.ละ 240 บาท ได้กลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้เลี้ยง โดยเฉพาะรายย่อยที่เคยประสบปัญหาโรคระบาด แอฟริกันในสุกร (ASF) กล้าที่จะเสี่ยงกลับมาเลี้ยงใหม่อีกครั้ง

แต่หากไม่ป้องกันให้ดีก็มีโอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยแก้ปัญหาการระบาด ASF ได้ช้าลง และยิ่งทำให้ไทยขอคืนสถานะเป็นประเทศ ปลอดโรคจากองค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) ได้ยากขึ้น

ทำอย่างไรหากต้องการเลี้ยงหมูอีกรอบ หลังหมูติดโรค ASF

น.สพ.โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การฟื้นฟูเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ล่าสุดทางกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินมาตรการยกระดับการสร้างมาตรฐานฟาร์ม โดยกำหนดให้ ผู้ที่ต้องการกลับมาเลี้ยงสุกรที่มีจำนวนตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไปต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP ส่วนผู้ที่มีจำนวนการเลี้ยงไม่เกิน 500 ตัว ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในสุกร (GFM)

เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ดี ที่ถูกต้อง และความพร้อมในการเลี้ยงสุกรใหม่ภายใต้ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) นั่นหมายความว่าทั้งสองระบบนั้นเกษตรกรต้องแจ้งมาที่กรมปศุสัตว์เราจะมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบประเมินก่อน

โดยเรามีการจัดทำ “เช็คลิสต์” 7 -8 ด้าน แนะวิธีเลี้ยงหมูรอบใหม่ หลังกำจัดโรค ASF หมดแล้ว ทำอย่างไร ที่ประกอบด้วย

  • การจัดพื้นที่เลี้ยงและโครงสร้างการจัดการโรงเรือนหรือเล้าและอุปกรณ์
  • การจัดการยานพาหนะ
  • การจัดการบุคคล
  • การจัดการด้านสุขภาพ
  • การจัดการอาหาร น้ำ และยาสัตว์
  • การจัดการข้อมูล
  • การจัดการสิ่งแวดล้อม

นั่นหมายความว่าเกษตรกรสามารถปฏิบัติตามได้ง่าย ไม่ซับซ้อน และใช้ต้นทุนต่ำ สามารถป้องกัน และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด ที่อาจทำให้เกิดความสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดโรคระบาดได้ นั่นหมายความว่าหากผ่านทั้งหมดก็สามารถกลับไปเลี้ยงได้

“กรณีที่เกษตรกรประสบปัญหาไม่มีต้นทุนในการดำเนินการตามมาตรฐาน GAP และ GFM ทางภาครัฐได้จัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 4% ต่อปีจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) มาปล่อยกู้ให้รายละ 1 แสนบาทเบื้องต้นก่อน

แต่หลังจากนี้คาดว่าทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อมาส่งเสริมการฟื้นฟูเกษตรกร และอนาคตทางกรมจะหาแหล่งทุนอื่นมาเสริมด้วย ส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่ในกลุ่มปศุสัตว์ก็ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในเครือข่ายคอนแทร็คฟาร์มมิ่งของตนเองคู่ขนานกันไป”

ในปัจจุบันมีจำนวนเกษตรกร ที่มีสถานะรองรับฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรค และการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในสุกร (GFM) ฟาร์มสุกร ภาพรวมทั้งประเทศ 5,684 ฟาร์ม รายย่อย 2,982 ฟาร์ม รายเล็ก 774 ฟาร์ม รายกลาง 962 ฟาร์ม รายใหญ่ 824 ฟาร์ม และไม่ระบุขนาด 74 ฟาร์ม

ติดตามสาระความรู้และเนื้อหาข่าวทันเหตุการณ์ได้จากกระดานข่าวเราที่ fullbeers.com/board/

Share: