Notifications
Clear all

ข้าวอินทรีย์ที่ดีที่สุดคือ ข้าวไรซ์เบอร์รี่


นายฟองเบียร์
Posts: 76
Admin
Topic starter
(@admin)
Member
Joined: 8 months ago

เพราะปัจจุบันนี้ ซึ่งนี่ก็แปลว่าก็เชื่อแน่ว่าใครๆ ก็รู้จักข้าวสายพันธุ์ชนิดนี้ เพราะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการข้าวไทยมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งดูเหมือนว่าในปัจจุบันหลายคนก็ยังคงเห็นความสำคัญของการรับประทานข้าวที่มีประโยชน์ สำหรับกลุ่มคนรักษ์สุขภาพด้วยเช่นกัน

ทางรอดของชาวนากับการปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่

ในการผลิตข้าวไรซ์เบอร์รี่ให้ได้คุณภาพนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงหลายองค์ประกอบ

ดูเหมือนว่าข้าวที่เป็นความหวังเดียว ที่จะทำให้ชาวนาไทยได้ลืมตาอ้าปากนั่นก็คือ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ สำหรับโมเดลเชิงธุรกิจ สามารถนำมาใช้กับการส่งเสริมเกษตรกร ประกอบไปด้วย 4 องค์ที่สำคัญได้แก่

  1. การควบคุมปริมาณพันธุ์ข้าว ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวไม่มีนโยบายจำหน่ายพันธุ์ข้าว แต่จะสนับสนุนพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรที่ปลูกแบบไรซ์เบอร์รี่โมเดล ภายใต้โครงการผลิตข้าวโภชนาการสูงแบบอินทรีย์ครบวงจรเท่านั้น ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพรวมทั้งปริมาณของข้าวที่ผลิตในแต่ละฤดูกาลได้ ที่สำคัญคือ มีการตรวจ DNA ของข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่เกษตรกรปลูกในโครงการ
  2. การกำหนดรูปแบบของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวจะกำหนดให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นกลุ่มเกษตรกรที่มีประสบการณ์ในการปลูกข้าวอินทรีย์รวมทั้งต้องมีใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ หรือแม้นว่าไม่มีใบรับรองจะต้องขอรับมาตรฐานให้ได้ภายใน 3 ปี โดยกลุ่มเกษตรกรจะต้องมีพื้นที่ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่รวมกันไม่น้อยกว่า 100 ไร่ (แนะนำ 200 ไร่ขึ้นไป) เพื่อให้การบริหารจัดการกลุ่มมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการผลิตให้ได้ Economy of Scale รวมทั้งการควบคุมต้นทุนในการผลิต ซึ่งนี่ก็แปลว่าจะช่วยให้เกษตรกรมีกำไรมากขึ้นนั่นเอง
  3. การประกันราคาข้าวรวมทั้งรับรองคุณภาพข้าวไรซ์เบอร์รี่ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวได้กำหนดราคารับซื้อข้าวไรซ์เบอร์รี่ภายใต้ โครงการผลิตข้าวโภชนาการสูงแบบอินทรีย์ครบวงจร ตั้งแต่ 25,000-32,500 บาท ต่อตัน ซึ่งนี่ก็แปลว่าเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวอย่างจริงจังรวมทั้งเอาใจใส่กับผลผลิตข้าวของตน โดยเฉพาะการที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวมีการตรวจ DNA ของข้าวก่อนรับซื้อด้วย ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพข้าวไรซ์เบอร์รี่ได้เป็นอย่างดี
  4. การขับเคลื่อนด้วยโมเดลธุรกิจแบบครบวงจร ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวใช้ธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่การเพาะพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรในโครงการ จนถึงการรับซื้อข้าวจากเกษตรกรในโครงการ รวมทั้งทำการจัดจำหน่ายเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพข้าวไรซ์เบอร์รี่ได้ทั้งระบบ

Riceberry ข้าวไรซ์เบอร์รี่

อะไรที่ทำให้ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ มีคุณภาพมากรวมทั้งแตกต่าง

กุญแจดอกที่หนึ่ง การปลูกข้าวให้เป็นธัญโอสถ เป็นกุญแจสำคัญในการวางตำแหน่ง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ในตลาดพรีเมี่ยม โดยการปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ซึ่งนี่ก็แปลว่าช่วยให้ข้าวมีคุณภาพสูง อุดมไปด้วยธาตุอาหารของสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้ง Metabolites ที่เสริมความแข็งแรงตามธรรมชาติ รวมทั้งการผลิตซึ่งนี่ก็แปลว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้เกษตรกรที่จะปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่จะต้องเป็นคนที่มีความตั้งใจที่จะปลูกข้าวให้ได้คุณภาพจริงๆ

กุญแจดอกที่สอง การจัดตั้งโรงสีข้าวธัญโอสถ ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งนี่ก็แปลว่าเป็นโรงงานต้นแบบที่เป็นศูนย์กลางการแปรรูปขนาดกลางที่เหมาะสมกับปริมาณการผลิตข้าวไรซ์เบอร์รี่ของเกษตรกรในโครงการ รวมทั้งสามารถบริหารจัดการรวมทั้งลดต้นทุนในการสีข้าวได้เป็นอย่างดี

rice

กุญแจดอกที่สาม การพัฒนาการตลาดเฉพาะ (Niche Market) โดยการนำคุณสมบัติพิเศษของข้าวไรซ์เบอร์รี่เรื่องสารต้านอนุมูลอิสระมาเปิดตลาดข้าวที่มีคุณค่าด้านโภชนาการบำบัด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รวมทั้งการวางเป้าหมายการเปิดตัวใน Mass Market ในตำแหน่งการเป็นข้าวถุงที่มีคุณภาพสูงสุดของไทยในปัจจุบัน

rice-berry ข้าวไรซ์เบอร์รี่

กุญแจดอกที่สี่ คือ การดำเนินธุรกิจในลักษณะ Social Enterprise การนำระบบการปลูกข้าวอินทรีย์มาใช้ควบคู่กับการประยุกต์เอา Social business ร่วมกับ Fair trade รวมทั้ง Contract farming มาขับเคลื่อนธุรกิจ ทำให้รูปแบบการดำเนินธุรกิจในลักษณะ Social enterprise ซึ่งนี่ก็แปลว่าเหมาะสมในการดูแลเกษตรกรในโครงการที่มีพื้นที่ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ประมาณ 3,000-5,000ไร่ รวมทั้งพื้นที่นอกโครงการจำนวนมาก โดยพื้นที่ปลูกว่า 70% อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ข้าวอินทรีย์ที่ดีที่สุดคือ ข้าวไรซ์เบอร์รี่

จะเห็นได้ว่าข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือ thai rice berry นั้นมีการวางแผนการตลาดที่ครบวงจรโดยเฉพาะการบริหารเรื่องปริมาณผลผลิต ที่จะออกสู่ตลาดในแต่ละฤดูกาล รวมทั้งการกำหนดราคารับซื้อที่แน่นอนรวมทั้งเพิ่มขึ้นในแต่ละปีทำให้เกษตรกรสามารถวางแผน เรื่องต้นทุน รวมทั้งการบริหารจัดการดินเพื่อให้มีผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น ภายใต้ระบบการปลูกข้าวอินทรีย์ ซึ่งนี่ก็แปลว่าช่วยสร้างแรงจูงใจให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างดี

ที่มาจากบทความในหนังสือข้าวไทย ฉบับที่ 43 หน้า 65-66
ภาพบางส่วน: ipmp.org ฟาร์มนอกกะลา รวมทั้ง...

ติดตามสาระความรู้และเนื้อหาข่าวทันเหตุการณ์ได้จาก กระดานข่าวสาร ฟองเบียร์

Share: